หน้าหลัก \ ภารกิจผู้บริหาร \ สช. ประชุมกำหนดแนวทางและหลักเกณฑ์การส่งเสริมการจัดการศึกษาของโรงเรียนนอกระบบ ประเภทวิชาชีพ โดยใช้คูปองการศึกษา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2560

หน้าหลัก

               นายประยูร  หรั่งทรัพย์ ผู้เชี่ยวเฉพาะด้านส่งเสริมมาตรฐานการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อกำหนดแนวทางและหลักเกณฑ์การส่งเสริมการจัดการศึกษาของโรงเรียนนอกระบบ ประเภทวิชาชีพ โดยใช้คูปองการศึกษา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2560 ณ โรงแรม เอส ดี อเวนิว เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งสิ้น จำนวน 50 คน

               นายประยูร  หรั่งทรัพย์ ผชช. สช. กล่าวว่า สช. ได้จัดทำโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อกำหนดแนวทางและหลักเกณฑ์การส่งเสริมการจัดการศึกษาของโรงเรียนนอกระบบ ประเภทวิชาชีพ โดยใช้คูปองการศึกษา เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายและยุทธศาสตร์ของรัฐบาล ดังที่แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 - 2579 ได้กำหนดไว้ว่า รัฐจะต้องดำเนินการให้ประชากรทุกช่วงวัยได้รับการศึกษาหรือรูปแบบการเรียนรู้ที่หลากหลาย พร้อมทั้งส่งเสริม สนับสนุนด้านวิชาการ บุคคล และงบประมาณ เพื่อเพิ่มโอกาสการเข้าถึงบริการการศึกษาที่ดี อย่างเสมอภาค ทั่วถึง และเป็นธรรม ซึ่งเป็นการสร้างความเสมอภาคในแนวตั้ง (vertical equity) เพื่อให้ผู้ที่เสียเปรียบด้อยโอกาส ยากจน สามารถเข้าศึกษาในสถานศึกษาที่ดีและคุณภาพทัดเทียมกับผู้เรียนปกติทั่วไป ทำให้ประชากรทุกช่วงวัยสามารถเข้าถึงโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษาและการเรียนรู้ จากระบบการศึกษาที่มีความยืดหยุ่นหลากหลาย และตอบสนองความต้องการของผู้เรียน เพื่อยกระดับชนชั้นของสังคม ภายใต้ระบบเศรษฐกิจฐานความรู้ (Knowledge Based Economy) ที่เอื้อต่อการสร้างสังคมแห่งปัญญา และการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ ที่ประชาชนสามารถแสวงหาความรู้และเรียนรู้ได้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต โดยได้นำแนวคิดเกี่ยวกับคูปองการศึกษา มาใช้ในการจัดสรรเงินอุดหนุนการศึกษาวิชาชีพไปสู่ผู้เรียนโดยตรง เพิ่มทางเลือกในการรับบริการการศึกษา ส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาวิชาชีพ และสร้างความเสมอภาครวมถึงการกระตุ้นการแข่งขันระหว่างโรงเรียนต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ในการจัดการศึกษาให้ทั่วถึง เท่าเทียม อย่างมีคุณภาพ ซึ่งมีวัตถุประสงค์หลัก เพื่อศึกษาและกำหนดแนวทางหลักเกณฑ์ ขั้นตอน วิธีส่งเสริมการจัดการศึกษาของโรงเรียนนอกระบบประเภทวิชาชีพ โดยใช้คูปองการศึกษา เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับผู้เรียนในการฝึกทักษะทางด้านวิชาชีพและเข้ารับบริการการศึกษาจากโรงเรียนนอกระบบที่มีคุณภาพได้อย่างทั่วถึง และเพื่อส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาด้านวิชาชีพและส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต มุ่งเน้นให้แรงงานไร้ฝีมือหมดไป ให้คนมีงานทำ/มีอาชีพ และเพื่อเสริมสร้างการเรียนรู้ตลอดชีวิต

               สำหรับการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อกำหนดแนวทางและหลักเกณฑ์การส่งเสริมการจัดการศึกษาของโรงเรียนนอกระบบ ประเภทวิชาชีพ โดยใช้คูปองการศึกษาในครั้งนี้ ประกอบด้วยกิจกรรมการอภิปราย เรื่อง แนวทางและรูปแบบการส่งเสริมการจัดการศึกษาของโรงเรียนนอกระบบ ประเภทวิชาชีพ โดยใช้คูปองการศึกษา เรื่อง แนวทางการพัฒนาหลักสูตรของโรงเรียนนอกระบบเพื่อรองรับการอุดหนุนค่าใช้จ่ายการศึกษา โดยใช้คูปองการศึกษา เรื่อง แนวทางการเพิ่มทางเลือกให้กับผู้เรียนในการฝึกทักษะทางด้านวิชาชีพให้มีคุณภาพ และเรื่อง แนวทางการส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาด้านวิชาชีพและการเรียนรู้ตลอดชีวิต ซึ่งการประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2/2560 ต่อเนื่องจากการประชุม ครั้งที่ 1/2560 เมื่อวันที่ 28 – 29 มีนาคม 2560 ณ โรงแรมริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ โดยมี นายพะโยม  ชิณวงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (เลขาธิการ กช.) เป็นประธาน ที่ประชุมมีมติแต่งตั้งคณะทำงานกำหนดแนวทางและหลักเกณฑ์การส่งเสริมการจัดการศึกษาของโรงเรียนนอกระบบ ประเภทวิชาชีพ โดยใช้คูปองการศึกษา ประกอบด้วย ผู้แทนจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ผู้แทนจากสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ผู้แทนจากสำนักงานกองทุนสงเคราะห์ ผู้แทนจากสำนักนิติการ สำนักงานปลัดประทรวงศึกษาธิการ ผู้แทนสมาคมผู้บริหารสถานศึกษาเอกชนนอกระบบ ผู้แทนสมาคมการศึกษาเอกชนนอกระบบ และผู้แทนโรงเรียนนอกระบบ ประเภทวิชาชีพ รวมทั้งสิ้น จำนวน 56 คน และที่ประชุมมีมติเห็นด้วยหากรัฐอุดหนุนค่าใช้จ่ายการศึกษาให้แก่ผู้ด้อยโอกาสทางการศึกษา โดยใช้คูปองการศึกษา เพื่อเพิ่มทางเลือกให้แก่ผู้เรียนในการฝึกทักษะทางด้านวิชาชีพ และสามารถเข้ารับบริการการศึกษาจากโรงเรียนนอกระบบที่มีคุณภาพได้อย่างทั่วถึง ขณะเดียวกันก็เป็นการเพิ่มศักยภาพของประชาชนให้สอดคล้องกับความต้องการแรงงานของประเทศและในอาเซียน แต่การให้คูปองการศึกษาแก่ผู้ด้อยโอกาส ต้องมีการกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขให้ชัดเจน ประกอบด้วย หลักสูตรวิชาชีพที่ให้เรียน อายุผู้เรียน ฐานะทางการเงิน มูลค่าของคูปองที่รัฐจะอุดหนุน เป็นต้น สรุปเป็นประเด็นสำคัญ ได้แก่

  1. หลักสูตรวิชาชีพของโรงเรียนนอกระบบ กำหนดให้ไว้เบื้องต้น 11 สาขาวิชา ได้แก่ กลุ่มเสริมสวย / ตัดเย็บเสื้อผ้า กลุ่มอาหาร กลุ่มบริบาล กลุ่มวิชาชีพรักษาความปลอดภัย กลุ่มวิชาชีพการเดินเรือ กลุ่มวิชาชีพช่างต่างๆ (อุตสาหกรรม) กลุ่มนวดไทยและสปา กลุ่มการท่องเที่ยวและการโรงแรม กลุ่มภาษา กลุ่มออกแบบเครื่องประดับและอัญมณี กลุ่มคอมพิวเตอร์และการออกแบบเว็บไซต์ (กลุ่มสื่อ แสง สีเสียงและวงการบันเทิง) และสาขาอื่นๆ โดยโรงเรียนต้องจัดทำหลักสูตรวิชาชีพ ที่จะส่งเสริมให้ผู้เรียนมาเรียนเพื่อให้มีอาชีพเสริม/อาชีพอิสระ จนกระทั่งเป็นผู้ประกอบการ ที่เป็นหลักสูตรมาตรฐานเดียวกัน และต้องกำหนดค่าธรรมเนียมการศึกษาให้เป็นมาตรฐานเดียว ในแต่ละสาขาวิชาชีพ
  2. ผู้เรียน ที่ประชุมฯ เห็นว่า ต้องมีหน่วยงานตรวจสอบคุณสมบัติผู้เรียนเป็นไปตามเกณฑ์ที่ สช. กำหนด เช่น ข้อมูลการลงทะเบียนคนจน /ข้อมูลขึ้นทะเบียนคนหางาน โดยให้คำนึงถึงผู้ด้อยโอกาสและคนที่มีความต้องการฝึกอาชีพจริง ทั้งนี้ ต้องคำนึงถึงอายุของผู้เรียน ฐานะทางการเงิน และวุฒิการศึกษา ต้องเป็นไปตามแต่ละหลักสูตรกำหนด และผู้ที่สนใจต้องลงทะเบียนเรียนในสาขาวิชา/หลักสูตร  
  3. วิธีการอุดหนุนค่าใช้จ่ายการศึกษาโดยใช้คูปองการศึกษา หน่วยงานภาครัฐอุดหนุนค่าใช้จ่ายการศึกษาสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ ยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 และนโยบายของรัฐบาล กำหนดมูลค่าของคูปองที่จะสนับสนุนให้ผู้เรียนเท่ากัน โดยที่ประชุม ฯ เสนอว่า หลักเกณฑ์ในการจ่ายคูปองการศึกษา ควรแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ รัฐ (50%) : โรงเรียน (30%) : ผู้เรียน (20%)

ศิริญญา  เหมวัชรสุวรรณ : ภาพ / ข่าว

ประชาสัมพันธ์ สช.

  • กลุ่มงานทะเบียน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน

    กระทรวงศึกษาธิการ 319 วังจันทรเกษม ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กทม. 10300

    โทร. 02 282 1000